เจ้าตัวน้อยไอทั้งคืนเลย ทำไงดี

เจ้าตัวน้อยไอทั้งคืนเลย ทำไงดี

Your Family

กลางคืนนั้นเอาไว้พักผ่อน แต่สำหรับฤดูที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยขนาดนี้ คุณพ่อคุณแม่หลายๆครอบครัวคง จะไม่ค่อยได้พักกันเต็มตาซักเท่าไหร่ เพราะเจ้าตัวน้อยป่วยบ่อยเหลือเกิน เดี๋ยวจาม เดี๋ยวไอ เดี๋ยวน้ำมูกไหล โดยเฉพาะอาการไอช่วงกลางคืนที่มักจะมาบ่อยเหลือเกิน ทำให้ลูกหลับได้ไม่เต็มตื่น ซึ่งจะส่งผลต่อพัฒนาการเเละการเรียนรู้ในวันต่อๆไป เพราะเด็กวัยนี้การพักผ่อนถือเป็นสิ่งที่สำคัญสุดๆ ค่ะ เอาล่ะ เราไปหาคำตอบกันค่ะ ว่าทำไม๊ทำไม ตอนกลางคืนลูกๆ ถึงได้ไอบ่อย แล้วจะรักษายังไงดีหนอ? อาการไอยามค่ำคืนเกิดจากอะไร? อาการไอนั้นเกิดจากหลายสาเหตุทั้งภูมิแพ้ และการติดเชื้อหวัด ซึ่งจริงๆ แล้ว อาการไอ ถือเป็นปฏิกิริยาโต้ตอบของร่างกายโดยอัติโนมัติ เกิดจาก 4 สาเหตุ ได้แก่ 1. การอักเสบ 2. สิ่งแปลกปลอมหลุดเข้าไป 3.สารเคมี เช่น ควันบุหรี่ ไอระเหย 4. อุณหภูมิทีเปลี่ยนแปลง พอเจอสี่ตัวนี้เข้าไป สมองก็จะสั่งให้เกิดการไอเพื่อขับสิ่งเหล่านั้นออกจากร่างกาย นั่นเองค่ะ สำหรับสาเหตุที่ตอนกลางคืนเราไอมากกว่าตอนกลางวัน ถ้าป่วยก็เข้าใจได้แต่ถ้าไม่ป่วยนั้นก็จะมาจากการแพ้ ฝุ่น หรือแพ้อากาศในห้องนอนของเราเองค่ะ เพราะในบางห้องนอนอาจจะมีไรฝุ่นเยอะ หรือบางคนนอนแล้วลมจากแอร์เป่าใส่หน้าก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้คอแห้งและไอได้เช่นกัน   แล้วจะรักษาอาการไอยามค่ำคืนยังไงดีหนอ? การรักษาอาการไอในตอนกลางคืนนั้นไม่ยากค่ะ ก่อนนอนอาจจะให้น้องๆ จิบน้ำอุ่นๆ เพื่อลดการคัดจมูกและทำให้ […]

เด็กไอ แบบไหนต้องระวัง

เด็กไอแบบไหนต้องระวัง?

Your Family

คุณพ่อคุณแม่เคยสังเกตกันมั้ยคะ? เวลาที่ลูกของเรานั้นมีอาการไอ จะมีโทนเสียงและกิริยาอาการที่แตกต่างกันไป แนะนำให้เราลองสังเกตดูอาการไอของลูกเราซักหน่อยค่ะ ว่าที่เขากำลังไออยู่นั้น มีปัจจัยอื่นๆ ที่อยู่ในอาการนั้นหรือไม่ เพราะการวินิจฉัยเบื้องต้น บางครั้งก็อาจช่วยให้ลูกน้อยของเราไม่ต้องทรมานจากการไอเป็นระยะเวลานานได้ค่ะ เสียงและลักษณะการไอของเด็ก ลูกไอแบบไหน บอกโรคอะไรบ้าง? เด็กไอเสียงก้อง (Barking cough) ถ้าน้องๆ มีอาการไอเสียงก้อง หรือที่ฝรั่งเรียกว่า Barking cough ซึ่งเป็นการไอโล่งๆ เสียงก้องกังวาล มักเป็นอาการไอจากการติดเชื้อและอักเสบในช่องหลอดลมช่วงบน เนื่องจากเด็กเล็กๆ นั้นมีช่องอากาศหายใจที่เล็กและแคบ เมื่อมีอาการไอก็จะทำให้เสี่ยงต่อการอักเสบยิ่งขึ้นจนทำให้หายใจไม่ออกนั่นเองค่ะ ไอกรนของเด็ก เมื่อเด็กไอแล้วต้องสูดหายใจเข้าลึกๆ ดัง วู้บๆ โรคไอกรน หรือฝรั่งเรียกว่า Whooping Cough เป็นการไอที่มักมีอาการคันคอไปพร้อมกันค่ะ อาจจะไอซ้อนติดต่อกันเป็นชุดๆ จนหายใจไม่ทันเพราะน้ำมูกไหล และ มีเสียงหายใจเข้าดังวู้บหลังไอ บางครั้งการไอแบบนี้อาจจะไอจนหน้าเขียว เพราะขาดอากาศหายใจ โดยเฉพาะในเด็กเล็กจะมีอาการมากกว่าเด็กโตและผู้ใหญ่ โดยปกติแล้วโรคไอกรนนี้ มักจะเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย โดยติดเชื้อโดยตรงจากละอองอากาศที่ผู้ป่วยไอและจาม รดใส่ หรือปนออกมากับเสมหะ นํ้ามูก นํ้าลายของผู้ป่วยนั่นเองค่ะ หากลูกมีอาการตามที่บรรยายไปนี้ ขอแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่พาเจ้าตัวน้อยไปตรวจกับแพทย์ทันทีนะคะ ปล่อยให้เด็กไอ อาจทำให้อันตรายได้ เมื่อพอว่าลูกไอ ก็อย่าปล่อยให้เด็กๆ […]

โรคร้ายจากกรดไหลย้อน

โรคร้ายจากกรดไหลย้อน

Your Family

จากวิถีชีวิตที่รีบเร่งทำให้สาวๆ หลายคนป่วยเป็นโรคกรดไหลย้อน บางคนเป็นนิดเป็นหน่อยก็ปล่อยให้มันเป็นไป บางคนเป็นหนักหน่อยคราวนี้ก็อาจจะ Let it goไม่ออกเพราะปวดท้องและแสบร้อนที่หน้าอก กินข้าวไม่ได้ นอนไม่หลับ ซึ่งทางเราต้องขอเตือนค่ะว่าเป็นมากเป็นน้อยก็ปล่อยให้เป็นอย่างต่อเนื่องไม่ได้เด็ดขาด เพราะการปล่อยปละละเลยไม่รักษาหรือป้องกันอาการกรดไหลย้อนนั้น อาจจะนำทุกคนไปสู่โรคร้ายที่ไม่มีใครอยากเป็น !! อาการของโรคกรดไหลย้อนที่ทรมานสุดๆ จากอาการของโรคที่กรดในกระเพาะอาหารจะไหลย้อนขึ้นมาตามหลอดอาหาร ด้วยสภาพกรดที่เข้มข้นสุดๆ ลองคิดดูว่าอาหารที่เราทานเข้าไป หากอาหารชิ้นนั้นมีความอ่อนนุ่มเพียงพอ ส่วนใหญ่ก็จะโดนกรดในกระเพาะจัดการได้หมด แต่หากเป็นอาหารที่มีความแข็งย่อยยาก แล้วหลอดอาหารของเราที่ไม่ได้ถูกสร้างมาให้ทนทานฤทธิ์การกัดกร่อนของกรดจะทนได้อย่างไรกัน เมื่อกระเพาะส่งกรดมาเพื่อย่อยอาหารความเข้มข้นของกรดก็จะไปกัดและทำลายเนื้อเยื่อของหลอดอาหารอย่างแน่นอน เป็นกรดไหลย้อนเรื้อรังเสี่ยงมะเร็งนะ ถ้าสาวๆ ลองนึกย้อนไปตอนเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ เราจะพบว่าเมื่อเนื้อเยื่อถูกทำลาย ร่างกายก็จะซ่อมแซมด้วยการแบ่งเซลล์เพื่อทดแทนส่วนที่ถูกทำลายไป คราวนี้กระบวนการแบ่งเซลล์นี่เองค่ะที่ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งหลอดอาหาร ยิ่งเซลล์ถูกทำลายและมีการเเบ่งตัวบ่อยเท่าไหร่ โอกาสเสี่ยงที่จะเเบ่งเซลล์ผิดปกติจนกลายเป็น เซลล์มะเร็งก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเท่านั้น นี่หล่ะค่ะจึงเป็นที่มาว่าทำไมมะเร็งหลอดอาหารถึงสัมพันธ์กับโรคกรดไหลย้อน เพราะว่ากรดไปทำลายเนื้อเยื่อของหลอดอาหารนั่นเอง และยิ่งปล่อยไว้เรื้อรังก็อาจจะมีโอกาสและความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ อีกด้วย แล้ววิธีจัดการโรคกรดไหลย้อนให้หายขาดล่ะ? พูดมาถึงขนาดนี้แล้ว สำหรับคนที่กำลังเป็นอยู่อาจจะเริ่มกังวลเล็กน้อย และอยากจัดการโรคกรดไหลย้อนนี้ให้หายขาดใช่มั้ยล่า? จริงๆแล้วไม่ยากเลยค่ะ เพราะในท้องตลาดมียาน้ำที่ช่วยป้องกันกรดไหลย้อนโดยเฉพาะวางจัดจำหน่ายอยู่ทั่วไป ซึ่งสรรพคุณของยาตัวนี้ก็คือการสร้างแผ่นเจลที่มีค่า PH ใกล้เคียงกับธรรมชาติ ซึ่งจะลอยตัวอยู่เหนือกระเพาะอาหาร ทำหน้าที่สกัดยับยั้งไม่ให้กรดไหลย้อนขึ้นมานั่นเอง และอีกหน้าที่หนึ่งของตัวยานี้ก็คือ การเข้าไปช่วยลดกรดในกระเพาะอาหารที่ทำให้เกิดอาการปวดท้อง เรียกว่าช่วยไม่ให้ป่วยเป็นโรคกรดไหลย้อนแล้ว ยังช่วยทำให้สบายกระเพาะอีกต่างหาก สำหรับตัวยาชนิดที่ว่านั้นสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไปค่ะ หากใครกำลังเผชิญอยู่กับโรคกรดไหลย้อนแลว้ล่ะก็ แนะนำเดินเข้าไปทักทายคุณเภสัชกรซักหน่อยแล้วล่ะ สุดท้ายนี้นอกจากจะทานยาที่ช่วยบรรเทาอาการกรดไหลย้อนได้แแล้ว ก็ขอให้สาวๆ […]

กรดไหลย้อยขณะตั้งครรภ์

กรดไหลย้อนขณะตั้งครรภ์เป็นอันตรายกับเด็กในท้องหรือไม่

Your Family

กรดไหลย้อนขณะตั้งครรภ์เป็นอันตรายกับเด็กในท้องหรือไม่ เชื่อหรือไม่คะว่า การตั้งครรภ์นั้นทำให้เป็นโรคหรดไหลย้อนได้ง่ายขึ้น มีการพบว่าจากจำนวนคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ทั้งหมด มีการพบผู้ที่เป็นโรคกรดไหลย้อนมากถึง 30-50% เลยทีเดียว บางคนไม่เคยมีประวัติมาก่อนก็เป็นได้นะคะ อย่าได้ประมาทไป ดังนั้นเพื่อนๆคนไหนที่กำลังวางแผนว่าจะเป็นคุณแม่ ควรรู้จักวิธีการป้องกันโรคกรดไหลย้อนขณะตั้งครรภ์เอาไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ กรดไหลย้อนคืออะไร? โรคกรดไหลย้อนนั้น อธิบายง่ายๆก็คือการที่กรดในกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นมาบริเวณหลอดอาหารส่วนปลาย ซึ่งบางทีไหลย้อนขึ้นมาจนถึงบริเวณกลางหน้าอก ทำให้รู้สึกแสบร้อน และที่สำคัญคือมีโอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งหลอดอาหาร ได้สูงมากทีเดียวค่ะ คราวนี้พอตั้งครรภ์แล้วเสี่ยงกรดไหลย้อนมกกว่าเดิมได้ยังไงกัน คราวนี้พอตั้งครรภ์แล้วเสี่ยงขึ้นยังไงกัน ? เพราะว่าเวลาตั้งครรภ์เนี่ยมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนและระบบต่างๆ ภายในร่างกาย ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้ อันดับแรกเลยทำให้แรงบีบของหูรูดของหลอดอาหารส่วนล่าง ที่ต่อกับส่วนต้นของกระเพาะอาหารทำ งานได้น้อยลง เล่าง่ายๆก็คือเหมือนประตูที่เคยเปิด-ปิดเป็นระบบ ตอนนี้แอบๆรวนเปิดเองบ้าง กรดในกระเพาะเลยไหลย้อนได้ง่ายขึ้นนั่นเองค่ะ สาเหตุอย่างที่สองก็มาจากเจ้าตัวน้อยของเรานี่เอง พอน้องเริ่มตัวใหญ่ขึ้น จะเริ่มขยายขนาดจนกดและดันกระเพาะอาหารทำให้น้ำย่อยมีโอกาสไหลย้อนมากขึ้นนั่นเอง คำถามต่อมาก็คือแล้วโรคกรดไหลย้อนขณะตั้งครรภ์นั้นจะเป็นอันตรายกับเจ้าตัวน้อยหรือไม่ ขอบอกไว้ตรงนี้ค่ะว่าไม่แน่นอน เพราะว่าบริเวณมดลูกกับบริเวณกระเพาะอาหารนั้นคนละส่วนกันค่ะ แต่แม้ว่าลูกน้อยจะปลอดภัยแล้ว คุณแม่ก็อย่าชะล่าใจว่าไม่เป็นไร เพราะโรคกรดไหลย้อนนี้หากปล่อยให้เป็นในระยะยาว จะทำให้โรคเรื้อรังและรุนเเรง และกลายเป็นมะเร็งหลอดอาหารได้ในอนาคตค่ะ วิธีการป้องกันรักษาโรคกรดไหลย้อนเบื้องต้น ดังนั้นควรป้องกันซะตั้งแต่เนิ่นๆค่ะ ซึ่งวิธีการป้องกันรักษาเบื้องต้นก็คือ 1. ลดอาหารและปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เป็น โรคกรดไหลย้อน 2. ทานยาน้ำเพื่อป้องกันกรดไหลย้อนค่ะ ซึ่งยาน้ำในท้องตลาดจะมีบางชนิดค่ะที่ช่วยลดกรดในกระเพาะอาหาร และรวมตัวกันเป็นชั้นเจลอัลจินิก แอซิด (Alginic Acid) ซึ่งมีค่า […]

ลูกท้องผูก เด็กท้องผูก

ท้องผูกกับเด็กเล็ก

Your Family

ท้องผูกกับเด็กเล็ก โดยปกติเด็กมักจะมีการถ่ายอุจจาระทุกวัน โดยเฉพาะเด็กแรกเกิดที่กินนมแม่อาจจะมีการถ่ายวันละ 5-6 ครั้ง แต่เมื่อเริ่มโตขึ้น ในวัย 5-6 ขวบ ความถี่ของการถ่ายอุจจาระก็จะลดลง ซึ่งเป็นเรื่องปกติค่ะ ไม่ต้องตกใจไป แต่สำหรับเด็กที่ท้องผูกจริงๆนั้น วิธีการสังเกตว่าท้องผูกหรือไม่ ก็คือการดูความถี่ของการขับถ่ายค่ะ เด็กที่ท้องผูกจะมีอัตราการขับถ่ายน้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ถ้าลูกๆเริ่มมีอาการแบบนี้ขอให้คุณพ่อคุณแม่เริ่มเตรียมตัวหาวิธีจัดการไว้ได้เลยค่ะ สาเหตุของท้องผูกกับเด็กเล็ก ก่อนที่เราจะไปทำความรู้จักกับวิธีการจัดการกับอาการท้องผูกของเด็ก เราต้องรู้สาเหตุเสียก่อนว่ามีอะไรบ้าง สาเหตุเเรกคือห่วงเล่นไม่ได้กินน้ำและอั้นอุจจาระ : สาเหตุนี้นั้นเกิดจากนิสัยของเด็กเองที่อาจจะเพลินกับการเล่นกับเพื่อน จนไม่ได้กินน้ำ และอั้นอุจจาระ ซึ่งสองพฤติกรรมนี้เองค่ะที่ช่วยกันทำให้ท้องผูกเพราะการขาดน้ำทำให้อุจจาระแข็ง ส่วนการอั้นอุจจาระก็จะทำให้น้ำดูดซึมกลับเข้าไปทำให้อุจจาระแข็งอีกเช่นกัน ดังนั้นเวลาที่น้องๆเล่นสนุก ควรให้น้องๆทานน้ำเป็นระยะๆค่ะ สาเหตุหลักอย่างที่สองคือไม่ยอมทานผักหรือผลไม้ : เด็กๆที่ไม่ชอบทานผักหรือผลไม้นั้นท้องผูกแน่นอนค่ะ อันนี้น่าจะเป็นงานหนักของคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องช่วยกันโน้มน้าวให้น้องๆทานผักผลไม้เพิ่ม เพราะกากใยในผักและผลไม้จะช่วยดูดซับน้ำไว้ในอุจจาระ เวลาขับถ่ายก็จะไม่ท้องผูกค่ะ วิธีการที่จะช่วยทำให้น้องๆ ขับถ่ายได้ดีขึ้น ปัญหานั้นเกิดที่เหตุ หากแก้เหตุที่เหตุได้โอกาสที่น้องๆ ท้องผูกย่อมลดลงแน่ๆ ค่ะ แต่นอกจากจะแก้ปัญหาแล้ว เรายังมีวิธีการที่จะช่วยทำให้น้องๆ ขับถ่ายได้ดีขึ้นอีกหลายวิธีเลยค่ะ 1. ให้น้องทานลูกพรุนหรือแอปเปิ้ล ผลไม้สองชนิดนี้ถือเป็นผลไม้ที่มีไฟเบอร์เป็นส่วนประกอบสูง และช่วยกระตุ้นการขับถ่ายได้ดีมาก แต่ทั้งนี้ควรให้เด็กทานในปริมาณที่เหมาะสม ถ้าทานมากไปจะทำให้อุจจาระเหลวได้ค่ะ 2. ให้น้องๆทานน้ำในปริมาณที่เหมาะสม ปริมาณน้ำที่เหมาะสมกับเด็กจะอยู่ที่ประมาณ […]

เคล็ดลับสมองดี ปั่นไอคิวของเด็ก

ไม่ใช่ไอสไตน์แต่เรียนเก่งได้

Your Family

การเลี้ยงลูกให้เป็นเด็กฉลาดมีไหวพริบ การเลี้ยงลูกให้เป็นเด็กฉลาดมีไหวพริบและสดใสร่าเริงนั้น ขึ้นอยู่กับฝีมือการปั้นของคุณพ่อคุณแม่ล้วนๆค่ะ ว่ากันว่ากิจกรรมและการดูแลเอาใจใส่ของคุณพ่อคุณแม่นั้นคือสิ่งเล็กๆที่สร้างลูกขึ้นมานั่นเอง ซึ่งกิจกรรมนั้นล้วนแล้วแต่ส่งผล กับการพัฒนาสมองของลูกและทำให้ลูกเป็นเด็กที่ฉลาดและสดใส IQ ตัวชี้วัดความฉลาด ตัวชี้วัดความฉลาดที่ใช้กันคือ ไอคิว ค่ะ ไอคิวนั้นย่อมาจาก Intelligence Quotient หรือความฉลาดทางสติปัญญา ซึ่งได้มีการกำหนดว่าไอคิวของเด็กสำหรับเด็กฉลาดนั้นอยู่ที่ 110-119 สำหรับเรื่องไอคิวนั้นว่ากันว่ามาจากพันธุกรรมครึ่งหนึ่ง และอีกครึ่งหนึ่งนั้นเราสามารถสร้างให้ลูกของเราได้ค่ะ มีการพิสูจน์แล้วว่าต่อให้มีไอคิวสูง แต่มีความเครียด ความวิตกกังวล หรือไม่มีความสุขก็อาจจะเรียนไม่เก่งได้ แล้วอะไรกันที่ทำให้ลูกเรียนเก่งและเป็นเด็กฉลาด เอาเป็นว่าไปดูกันค่ะว่าอะไรเป็นเคล็ดลับสมองดี ปั่นไอคิวของเด็กให้สูงได้บ้าง เคล็ดลับสมองดี ปั่นไอคิวของเด็ก 1. การดูแลเอาใจใส่ และความอบอุ่น คุณพ่อคุณแม่ควรมีเวลาให้ลูก พูดคุยกับลูกบ่อยๆ ชวนคุย ชวนคิดซึ่งจะช่วยให้สมองของเด็กเกิดการพัฒนาต่อยอดได้ดีกว่าตำราที่ป้อนให้ทานในทุกๆบรรทัด 2. ทำกิจกรรม วาดรูป เรียนศิลปะ อย่าลืมว่าสมองนั้นมีสองด้าน ดังนั้นการพัฒนาไอคิวควรทำควบคู่กันทั้งสมอง ฝั่งที่เป็นเหตุผลและสมองด้านศิลปะ  หากพัฒนาทั้งสองฝั่งควบคู่กัน ไอคิวของเด็กก็จะพัฒนาได้รวดเร็วและไวขึ้นค่ะ 3. เรียนร้องเพลงนั้นก็ช่วยเรื่องพัฒนาการด้านสมองได้เหมือนกันค่ะ เพราะการร้องเพลงนั้นเป็นการฝึกทักษะรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นการฝึกความมั่นใจในตัวเอง ฝึกสมาธิ ฝึกบุคลิกภาพ และสิ่งที่ได้จากการร้องเพลงคือสุขภาพร่างกายที่ดีค่ะ เนื่องจากการร้องเพลงจะฝึกกล้ามเนื้อช่องท้อง ปอด และช่องคอ ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นด้วยค่ะ […]