ncds คืออะไร

ป้องกันคนในครอบครัวให้ห่างไกล NCDs

Your Family

ป้องกันคนในครอบครัวให้ห่างไกล NCDs ช่วงนี้คำว่า NCDs เริ่มผลุบๆโผล่ๆตามที่ต่างๆมากขึ้น หลายคนอาจสงสัยว่านี่โรคใหม่หรือเปล่า ขอตอบตรงนี้นะคะว่าไม่ใช่ค่ะ คำว่า NCDs ย่อมาจาก Non-communicable diseases ซึ่งก็คือ โรคไม่ติดต่อนั่นเอง ซึ่งก็คือชื่อเรียกกลุ่มโรคที่ไม่มีพาหะนำโรค ไม่มีเชื้อโรค ไม่ติดต่อผ่านกันและกัน แต่โรคพวกนี้นั้นเกิดจากพฤติกรรมของเรานั่นเอง อะไรยังไงเริ่มงง อ่านต่อสิคะ รับรองเคลียร์ขึ้น   โรค NCDs มีอะไรบ้าง ซึ่งโรคที่เราจัดให้อยู่ใน NCDs นั้นก็เช่น โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง โรคถุงลมโป่งพอง โรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ น้่ินเอง ทีนี้โรคที่พูดมาทั้งหมดหลายๆคนก็มองว่า เดี๋ยวแก่ๆนึกจะเป็นก็เป็นควบคุมไม่ได้หรอก ขอบอกว่าความคิดนี้เป็นความคิดที่ผิดค่ะ   ดูแลตัวเองอย่างไร ให้ห่างไกล NCDs จริงๆแล้วการป่วยเป็นโรคในกลุ่ม NCDs นั้น ทางการแพทย์และ WHO ได้ออกมาแนะนำว่าจริงๆมันป้องกันและลดความเสี่ยงด้วยตนเองได้ แค่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเองซะ โดยการเลิกเหล้า เลิกบุหรี่ ออกกำลังกายให้มากขึ้น และเลี่ยงอาหารหวานมันเค็มจัด นั่นเองค่ะ ซึ่งเราในวัยทำงานนี่แหละค่ะสำคัญที่สุดเพราะถือว่าเป็นผู้จัดการภายในบ้านที่คอยจัดการเรื่องต่างๆทั้งเรื่องการกิน และสารทุกข์สุขดิบของคนในบ้าน ดังนั้นเราจึงอยากแนะนำกิจกรรมง่ายๆ […]

ยาที่ควรมีติดบ้าน

ยาที่ควรมีติดบ้าน พร้อมดูแลลูกน้อย

Your Family

ยาที่ควรมีติดบ้าน พร้อมดูแลลูกน้อย พอมีสถานะเพิ่มจากภรรยา กลายเป็นคุณแม่ ทำให้จะออกจากบ้านแต่ละครั้งต้องมีของในกระเป๋าเพิ่ม อีกหลายสิ่ง ไม่ว่าจะเป็นทิชชู่เปียก ผ้าเช็ดปาก ของเล่นคุณลูก และที่ขาดไม่ได้เลยคือกล่องยาสำหรับลูกน้อย ยาที่ควรมีติดบ้าน ที่ต้องเตรียมพร้อมแสตนบายด์ไว้ตลอดเวลา เพราะไม่รู้ว่าอยู่ดีๆ เจ้าตัวน้อยจะมีอาการผิดปกติตอนไหน หลายคนอาจนึกภาพไม่ออกว่าควรเตรียมอะไรในกล่องยานี้บ้าง วันนี้เราขออาสาแนะนำค่ะ   อุปกรณ์ที่คุณแม่ขาดไม่ได้ กล่องยาต้องพร้อม! 1. ยาแก้ปวด-ลดไข้-ปรอทวัดไข้ หมวกแรกถือเป็นหมวดคลาสสิคที่ต้องพกติดตัวไว้เสมอค่ะ เพราะเด็กๆ ยังภูมิคุ้มกันไม่แข็งแรง ป่วยง่าย แค่ออกไปตาดเเดด หรือเจอกับอากาศเปลี่ยนนิดหน่อยก็สามารถป่วยได้ ดังนั้นควรพกยาที่รักษาอาการในกลุ่มนี้ไว้ด้วยค่ะ ขอแนะนำให้ใช้ยาที่ใช้ตัวยาไอบรูโพรเฟนในการบรรเทาอาการปวด เพราะได้ผลดีกว่าและอันตรายน้อยกว่าพาราเซตามอลค่ะ   2. ยาแก้เจ็บคอ-แก้ไอ เด็กมักจะไอบ่อย เพราะบางครั้งพูดหรือตั้งคำถามเยอะทำให้ลมเข้าไปในคอเกิดการระคายเคืองได้ หรือบางครั้งการติดเชื้อโรคก็ทำให้ไอมีเสมหะได้เช่นกันค่ะ แต่สำหรับเด็กๆ นั้นการกินยาแต่ละครั้งยากเเสนยาก เราขอแนะนำให้หายาแก้ไอที่มีรสผลไม้ อย่างรสสตอเบอร์รี่ ก็จะช่วยให้เด็กๆ ทานยาได้ง่ายขึ้น ไม่งอแงว่ายาแก้ไอไม่อร่อยหรือไม่ยอมทานให้เราไม่ต้องปวดหัวอีกต่อไป   3. เกลือแร่-ยาแก้ท้องเสีย สำหรับเด็กๆ นั้น เวลาที่เราพาเขาออกไปเที่ยวต่างที่ต่างถิ่น บางครั้งทานอะไรที่แสลงร่างกายเล็กน้อยก็ท้องเสีย ท้องร่วงได้ ดังนั้นควรพกเกลือแร่ไว้ตลอดเพื่อไม่ให้ร่างกายไม่มีแรงในกรณีที่ท้องเสียหนัก และยาแก้ท้องเสียก็ทานร่วมด้วยเช่นกันเพื่อรักษาอาการท้องเสียควบคู่กันไปค่ะ   4. […]

อาการเสียงแหบ

ลูกมีอาการ เสียงแหบ แสบคอ ทำไงดี?

Your Family

อยู่ดีๆ ลูกก็มี อาการ เสียงแหบ แสบคอ ทำอย่างไรดี? เด็กในวัยกำลังซน ก็จะต้องมีการใช้เสียงเยอะมากเป็นพิเศษ ทั้งหัวเราะ ร้องไห้ หรือเล่นกับเพื่อนมันส์มากๆ เข้าก็ร้องตะโกนออกมาดังๆ ใช่ไหมคะ แล้วรู้ไหมเอ่ยว่าพฤติกรรมเหล่านี้ ทำให้เส้นเสียงมีการใช้งานมากกว่าปกติมากเลยล่ะค่ะ ซึ่งอาจจะทำให้เด็กเสียงแหบและเจ็บคอได้เลยทีเดียว ยิ่งถ้าเจ้าตัวน้อยพาตัวเองไปอยู่ในจุดที่เสี่ยงแก่การมีเชื้อโรคต่างๆ เข้าไปในคอ ก็อาจทำให้น้องๆ หนูๆ ป่วยกันได้ต่อเนื่องเลย น่ากลัวไหมค่ะละ?   อาการเจ็บคอ และ เสียงแหบ ในเด็กเกิดจากอะไรกันนะ? สำหรับอาการเสียงแหบ และเเสบคอสำหรับเด็กนัั้น ทางการแพทย์ถือเป็นอาการที่เกิดจากสายเสียง มีอาการมีอาการบวมหรืออักเสบอันเนื่องมาจากการใช้เสียงที่ผิดปกติค่ะ หรือการติดเชื้อจากเชื้อแบคทีเรียต่างๆ เรามักจะพบกลุ่มอาการนี้ในอาชีพที่ใช้เสียงหนักๆ เช่น นักร้อง ผู้ประกาศข่าว หรือครู เพราะยิ่งใส่เส้นเสียงเยอะ โดยที่ไม่ได้พัก โอกาสที่เส้นเสียงจะอักเสบนั้นก็สูงตามไปด้วย   ซึ่งสำหรับเด็กๆที่มีการใช้เสียงอย่างผิดวิธี เนื่อง จากในวัยช่างพูดช่างเจรจานั้นน้องๆ ใช้เสียงเยอะเหลือเกินไหนจะคุยกับคุณพ่อคุณแม่ หรือไปวิ่งเล่นกรี๊ดกร๊าดกับเพื่อนๆ ทำให้กลับมาบ้านแต่ละครั้ง ต้องพาเสมหะ เสียงแหบและอาการเเสบคอตามมาด้วยนั่นเอง   วิธีดูแลเจ้าตัวน้อยไม่ให้แสบคอ ด้วยยาอมสุดโปรด สำหรับการดูแลรักษานอกจากจะให้น้องทานน้ำให้บ่อยขึ้นแล้ว คุณแม่อาจจะต้องพกยาอมให้น้องๆไว้อมเป็นระยะนะคะ คุณแม่ควรเลือกยาอมสำหรับเด็กที่มีส่วนผสมของยาฆ่าเชื้อ […]

ดูแลผู้สูงวัยให้มีความสุขในครอบครัว

วิธีดูแลผู้สูงอายุ ให้มีความสุขในครอบครัว

Your Family

สังคมไทยกำลังเข้าสู่บริการรับฝากหัวใจ เอ๊ยไม่ใช่ค่ะ ! กำลังเข้าสู่สังคมสูงวัยเข้าไปทุกทีๆ ยิ่งประเทศไทยเป็นครอบครัวใหญ่ไม่ได้เหมือนกับครอบครัวในแถบยุโรปหรืออเมริการที่แยกออกมาเป็น ครอบครัวย่อยๆ ทำให้ในครอบครัวคนไทยส่วนใหญ่มีคนถึง 3 รุ่น อยู่ด้วยกัน ช่องว่างระหว่างวัยย่อมมีแน่นอน ก่อนอื่นเราต้องความเข้าใจผู้สูงอายุก่อนเพื่อที่จะได้ดูแลได้อย่างถูกต้อง   วิธีดูแลผู้สูงอายุ ให้เขามีความสุข? ว่ากันว่าผู้สูงอายุนั้นก็เหมือนกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง สถานะที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นผู้จัดการ ผู้ดูแลเรื่องต่างๆ ในบ้าน แต่ด้วยอายุและร่างกายที่อ่อนแอลงทำให้ผู้สูงอายุกลายเป็นผู้ที่ต้องพึ่งพาอาศัยผู้อื่น ยิ่งร่างกายไม่ค่อยได้ดั่งใจ จะเดินไปไหนก็ไม่สะดวกเหมือนเเต่ก่อน ทำให้บางคนหงุดหงิดง่าย เอาแต่ใจ เจ้าอารมณ์ แน่นอนว่าย่อมสร้างความเครียดให้กับคนดูไม่น้อยเลยทีเดียวค่ะ ดังนั้น การดูแลผู้สูงอายุจึงต้องใช้ความตั้งใจและความใจเย็น นึกถึงใจเขาใจเราไว้ค่ะว่าไม่มีใครหรอกที่อยากจะเป็นภาระให้คนอื่น แต่ด้วยร่างกายที่อ่อนแอตามวัยทำให้ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้อย่างเต็มที่ สิ่งที่ลูกๆ หลานๆ จะช่วยได้ก็คือการเข้าไปนั่งพูดคุย ไถ่ถามสารทุกข์สุขดิบ ขอคำแนะนำปรึกษา หากท่านจะพูดซ้ำไปซ้ำมาบ้าง หรือคำแนะนำนั้นไม่ถูกใจซักเท่าไหร่ก็อย่าพึ่งเถียงสวนกลับไปค่ะ รับรู้รับทราบไว้ก่อน จะได้ไม่เกิดความไม่พอใจระหว่างกัน เพราะบางครั้งความคิดและทัศนคติของคนแต่ละ ยุคย่อมแตกต่างกัน แต่การได้แลกเปลี่ยนและสื่อสารกับลูกหลานต่างหากที่เป็นสิ่งสำคัญและทำให้ผู้สูงอายุรู้สึก ถึงคุณค่าในตนเอง   พาผู้สูงอายุออกไปท่องเที่ยวเปิดโลกกว้างบ้างจะดีมาก เมื่อมีเวลาว่างอาจจะพาผู้สูงอายุในบ้านออกไปเปลี่ยนบรรยากาศด้วยการทานข้าวข้างนอกบ้าง ไปไหว้พระ หรือไปพักผ่อนตากอากาศ ก็จะช่วยทำให้ความเครียดสะสมของท่านลดลงได้อย่างดีทีเดียว และถือเป็นการใช้เวลาร่วมกันระหว่างผู้สูงอายุกับลูกหลาน การมีกิจกรรมร่วมกันจะช่วยลดช่องว่างระหว่างวัย ได้ดีทีเดียวค่ะ จะเห็นได้ว่าวิธีการดูแลผู้สูงอายุนั้นไม่มีวิธีการที่ตายตัว แต่สิ่งหลักที่สำคัญที่สุดคือการดูแลเอาใจใส่ และความเคารพนับถือที่จะช่วยทำให้ผู้สูงอายุมีความสุขและไม่รู้สึกว่าตัวเองถูกทอดทิ้ง […]

เมื่อลูกเจ็บคอ ไม่ยอมทานข้าว

เมื่อลูกเจ็บคอ ไม่ยอมทานข้าว

Your Family

ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย เดี๋ยวก็ร้อนจัดแดดเปรี้ยง เดี๋ยวก็ฝนตก เด็กๆ ของเราเลยป่วยง่ายเป็นพิเศษ เพราะภูมิต้านทานอาจจะไม่ทนถึกทนทานเหมือนเราๆ ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาหลายชั่วอายุคน ซึ่งอาการของไข้หวัดทั่วไปที่เด็กๆเป็นนั้น หลักๆ ก็จะมีปวดศีรษะ ตัวร้อน น้ำมูกไหล และส่วนใหญ่จะพ่วงแถมมาในแพคเกจอีกอาการคืออาการเจ็บคอนั่นเองค่ะ ไอบ่อยๆ เจ็บคอ ทำให้เด็กทรมาน ลองนึกดูซิคะว่าลูกๆของเราพอเริ่มๆเจ็บคอก็จะรู้สึกว่ากลืนอาหารได้ลำบาก กลืนแต่ละครั้งประหนึ่งคมมีดมาบรรจงกรีดลงบนผนังลำคอ แหม บรรยายซะน่ากลัวเชียว ต้องขออภัยด้วยค่ะ แต่มันก็เจ็บจริงๆ นี่นา แถมพอยิ่งไอมากเข้า คราวนี้พาลทำให้น้องไม่ค่อยทานอาหาร ซึ่งก็จะเป็นปัญหาต่อเนื่องอีกด้วย เพราะเด็กในวัยเจริญเติบโตนั้นควรกินอาหารให้เพียงพอ เพราะไม่อย่างนั้นเเล้วก็จะส่งผลถึงเรื่องเรียนและเรื่องสมอง ตามมาอีกเป็นพรวนเลยทีเดียว แล้วจะทำให้น้องบรรเทาอาการเจ็บคอได้ยังไงดีล่ะเนี่ย? ก่อนจะนอกเรื่องเมาท์มอยไปไกล ขอบอกว่าคุณแม่ทุกท่านไม่ต้องกังวลค่ะ เพราะถ้าเราเล่าเริ่มเรื่องมาด้วยปัญหา เราต้องหาทางออกไว้ให้เสมอ จะไม่ทิ้งระเบิดไว้แล้วหายเข้ากลีบเมฆแน่นอนเนอะ นี่เลยค่ะ! ทางเราขอแนะนำให้ลองหายาอมแก้เจ็บคอให้น้องๆ พกติดตัวไว้ เวลาเจ็บคอก็หยิบออกมาอมได้บ่อยตามต้องการ แต่ยังไงก็ดี พอขึ้นชื่อว่ายาอมแล้วคุณแม่ก็อาจจะหนักใจ เพราะลูกๆ กินยายากม๊ากม๊าก ส่วนยาอมแก้เจ็บคอที่กิน ง่าย หวานๆ ส่วนใหญ่ก็จะมีน้ำตาลสูง และมีตัวยาน้อยมาก แต่จริงๆ แล้วในท้องตลาดนั้นมียาอมแก้เจ็บคอ ที่กินง่าย หายไว ไร้น้ำตาลอยู่ด้วยค่ะ ซึ่งคุณแม่ก็ควรเลือกยาอมให้เหมาะสมกับลูก ดังนี้เลย […]

การดูแลสุขภาพของ 4 ช่วงอายุในครอบครัว

การดูแลสุขภาพของ 4 ช่วงอายุในครอบครัว

Your Family

“วัยทำงานนั้นถือเป็นวัยกลางคนของมนุษย์” ขึ้นหัวมาก็ดูปรัชญาแล้วแต่อย่าพึ่งเข้าใจผิดไปค่ะ เพราะเราจะพูดถึงการดูแลเทคเเคร์คนในแต่ละวัยนั่นเอง เพราะเราเชื่อว่าสาวๆ หลายคน ก็เริ่มถึงวัยที่ต้องดูและจัดการเรื่องต่างๆในครอบครัวกันแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการซื้อของเข้าบ้าน การตัดสินใจในเรื่องต่างๆ แทนหัวหน้าครอบครัว เนื่องจากพ่อแม่ของเราก็อายุเริ่มเยอะ ส่วนลูกๆ หลานๆ ก็ยังอยู่ในวัยเรียน ซึ่งในครั้งนี้ เราจะมาแนะนำวิธีการดูแลสุขภาพให้กับครอบครัวในแต่ละวันกันค่ะ เราจะได้เป็นหญิงสาวผู้เก่งกาจและอ่อนโยนสำหรับทุกคนในบ้านได้นะคะ   สำหรับบ้านที่มีเด็กเล็กตั้งแต่วัยแรกเกินจนถึงอายุ 10 ปี เด็กๆ ในวัยนี้ถือว่าภูมิคุ้มกันยังไม่ค่อยแข็งแรง แถมในยุคนี้มักจะเกิดมาพร้อมกับโรคภูมิแพ้ซะด้วย บ้านใครที่มีเด็กๆ เป็นโรคภูมิแพ้ควรจะค้นหาสิ่งที่น้องๆ แพ้เอาไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อจะได้จัดระบบระเบียบภายในบ้าน ไม่ให้มีของที่กระตุ้นภูมิแพ้หลงเหลืออยู่นะคะ นอกจากนั้นเรื่องอาหารการกินก็ต้องระวังเพราะอาจจะเป็นอาหารเป็นพิษได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่นั่นเอง อย่าลืมพาไปฉีดวัคซีนให้ครับตามที่แพทย์กำหนดด้วยค่ะ   สำหรับผู้สูงอายุที่ 60 ปีขึ้นไป วัยนี้ ถือเป็นวันที่สมรรถภาพของร่างกายค่อยๆ ถดถอยไปตามกาลเวลา โจทย์คือทำอย่างไรให้ร่างกายเสื่อมช้าที่สุดและมีคุณภาพชีวิตที่ดีเหมาะสมกับวัยของท่าน มีแค่ 2 ตัวแปรเท่านั้นค่ะ คืออาหารและการออกกำลังกาย สำหรับเรื่องอาหารนั้นควรเลี่ยงเนื้อสัตว์ที่มีสีแดงอย่างเนื้อหมู เนื้อวัว แต่เน้นให้ทานเนื้อปลาแทนเพราะถือเป็นเนื้อที่ย่อยง่ายและมีสารพิษต่ำ ทานผักให้มากๆ เเละเลี่ยงของหวานของเค็มของทอดของมัน ส่วนการออกกำลังกายนั้นถ้าออกหนักมากไม่ได้ก็ควรให้เดินในบริเวณบ้าน อย่างต่ำๆวันละ 30 นาทีก็จะช่วยยืดอายุกล้ามเนื้อออกไปอีกหลายสิบปีค่ะ แล้วก็พยายามพาท่านไปตรวจสุขภาพซัก 3 หรือ 6 […]