วิธีกำจัดฝุ่นและกลิ่นอับ

กำจัดฝุ่นและกลิ่นห้องเก่า

Your Home

วิธีกำจัดฝุ่นและกลิ่นห้องเก่า วันเวลาผ่านไปๆ บ้านของเราที่เคยใหม่เอี่ยมอ่องก็ย่อมมีความทรุดโทรมมาเยี่ยมเยือนบ้างเป็นธรรมดา บ้านของสาวๆหลายคนอาจจะเจอปัญหาฝุ่นเยอะ แถมกลิ่นของบ้านก็เริ่มมีกลิ่นความเก่าที่ดมแล้วไม่น่าพิศมัยเลยซักนิด วันนี้เรามีวิธีในการกำจัดฝุ่นและกลิ่นห้องเก่ามาฝากกันค่ะ รับรองว่าทำแล้วบ้านของคุณจะกลับมาปิ๊งเหมือนใหม่อย่างผิดหูผิด ตาเลยทีเดียวเชียว 1. การกำจัดกลิ่นอับอย่างง่ายคือการใช้ถ่านค่ะ เพราะถ่านมีคุณสมบัติในการดูดซับกลิ่นรอบๆ วางถ่านไว้ในบริเวณที่รู้สึกมีกลิ่นอับประมาณ 3-4 วัน รับรองว่ากลิ่นอับจะหายไปแน่นอน 2. ทำความสะอาดพัดลมและเครื่องปรับอากาศ หลายคนอาจจะมองข้ามพัดลมไปค่ะ จริงๆแล้วพัดลมนี่เองที่เป็นตัวกักเก็บฝุ่น เพราะหลักการทำงานของมันคือการดูดลมเข้ามา แล้วพัดออกมาอีกทางหนึ่ง ดังนั้นจึงมีฝุ่นเข้าไปเกาะอยู่ตรงใบพัดและบริเวณที่ตัวกรองอากาศ ทำให้อุปกรณ์เหล่านี้พ่นฝุ่นออกมาในห้อง การทำความสะอาดพัดลมและเครื่องปรับอากาศถือเป็นการกำจัดฝุ่นที่ต้นเหตุ 3. สำหรับบ้านบางหลังที่ไม่ค่อยได้เปิดหน้าต่าง แนะนำว่าควรเปิดหน้าต่างให้กว้าง เพื่อให้แสงแดดช่วยขจัดกลิ่นอับ และฆ่าเชื้อโรค เพราะในแสงแดดมีรังสี UV ที่มีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อโรคและทำให้อากาศภายในห้องได้รับการถ่ายเท มีการเปลี่ยนถ่ายอากาศเก่าด้วยอากาศใหม่ ทำแบบนี้ก็ช่วยให้กลิ่นห้องเก่าหายไปได้ค่ะ 4. การป้องกันฝุ่นไม่ให้เข้ามาในห้องก็ทำได้เช่นกันค่ะ ลองสังเกตบริเวณใต้ประตูจะมีช่องระหว่างประตูกับพื้นอยู่ ช่องนี้เองที่มักจะเป็นทางเข้าออกของฝุ่นตัวดี ดังนั้นควรหาพรมหรือผ้าเช็ดเท้ามาตั้งดักไว้ค่ะ เพื่อให้ผ้าหรือพรมเป็นปราการด่านแรก ดักไม่ให้ฝุ่นเข้ามาในห้องได้ ส่วนบริเวณหน้าต่างมุ้งลวดนั้นมีผ้าม่านอยู่แล้วจึงไม่น่า กังวลอะไรค่ะ 5. สำหรับเฟอร์นิเจอร์เก่าที่เป็นตัวเก็บกลิ่นห้องเก่า หากใช้ถ่านแล้วยังไม่ได้ผล แนะนำว่าให้นำน้ำผสมน้ำส้มสายชู และนำไปเช็ดเฟอร์นิเจอร์ชิ้นนั้นๆ ความเป็นกรดของน้ำส้มสายชูนอกจากจะช่วยขจัดกลิ่นห้องเก่าแล้ว ยังช่วยกำจัดสปอร์ของเชื้อราและคราบต่างๆได้ด้วยนะคะ ง่ายๆแค่นี้เองค่ะ สำหรับเทคนิคสำหรับการกำจัดกลิ่นห้องเก่าและฝุ่นในห้องเพื่อเตรียมพร้อมรับหน้าฝนที่แสนอับชื้น แต่ยังไงก็ตามพอทำความสะอาดไปแล้วครั้งหนึ่ง ฝุ่นและกลิ่นห้องเก่าต้องกลับมาอีกแน่ๆ ดังนั้นต้องหมั่นทำความสะอาดบ่อยๆค่ะ […]

กำจักแมลงสาป

เทคนิคการกำจัดแมลงสาบหนีฝนเข้าบ้าน

Your Home

ฉากน่าสยดสยองฉากหนึ่งสำหรับสาวๆอย่างเราในหน้าฝนขณะฝนตก คือกองทัพแมลงสาบนับร้อยพันวิ่งกรูกันหา พื้นที่แห้ง ซึ่งจะเป็นที่ไหนไปได้หากไม่ใช่ชายคาบ้านของเรา กี่ฤดูแล้วคะที่เราต้องฝืนจำใจต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญอย่าง แมลงสาบเหล่านี้ ซึ่งแมลงสาบนั้นเป็นพาหะนำโรคมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นโรคไทฟอยด์ โรคเกี่ยวกับทาเดินอาหาร โรคหอบหืด และโรคภูมิแพ้ วันนี้เรามีวิธีการกำจัดแมลงสาบเด็ดๆ โดยไม่ต้องพึ่งสารเคมีมาฝากกันค่ะ สูตรกำจัดแมลงสาบสูตรที่ 1 ต้องหาอ่างขนาดกำลังเหมาะมาหนึ่งอ่าง หลังจากนั้นก็นำน้ำอร่อยๆใส่ลงไป เช่น น้ำต้มผัก แกงจืด น้ำพะโล้ลงไปในอ่างดังกล่าว แค่นั้นยังไม่พอค่ะ นำน้ำมันมาทารอบๆขอบอ่างเพื่อให้มั่นใจว่าเมื่อแมลงสาบมากินน้ำแสนอร่อย ที่เราเตรียมไว้แล้วจะไม่สามารถกลับขึ้นมาจากอ่างได้อีก หลังจากนั้นก็นำอ่างไปตั้งไว้ในบริเวณที่คุณรู้ว่าเป็นแหล่งแมลงสาบ เช่น ใต้ถุนบ้าน หรือมุมอับต่างๆในบ้าน วิธีง่ายๆแค่นี้เองที่จะช่วยกำจัดแมลงสาบในบ้านคุณได้ครั้งละหลายสิบตัวทีเดียว สูตรกำจัดแมลงสาบสูตรที่ 2 วิธีนี้มีส่วนผสมง่ายๆที่เราสามารถทำเองได้ สูตรกำจัดแมลงสาบสูตรนี้ มีการเตรียมการง่ายๆค่ะ เพียงแค่มีแป้งข้าวจ้าว ผงปูนซีเมนต์ และโอวัลติน เท่านั้น วิธีการคือนำส่วนผสมทั้งสามนี้คลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วนำไปวางในแหล่งที่มีแมลงสาบชุกชุม พร้อมกับนำน้ำไปวางไว้ใกล้ๆ หลักการก็คือโอวัลตินเป็นตัวล่อให้แมลงสาบมากิน แป้งข้าวจ้าวจะทำให้แมลงสาบหิวน้ำ ส่วนปูนซีเมนต์จะทำให้แมลงสาบแน่นท้องเมื่อกินน้ำตามเข้าไป แค่นี้แมลงสาบก็จะกลับไปตายที่รังโดยไม่เปลืองแรงเราเลยล่ะค่ะ สูตรที่มาฝากกันเป็นสูตรกำจัดแมลงสาบอย่างง่ายๆแต่มีประสิทธิภาพสูง ที่สำคัญยังไม่มีผลกระทบต่อคนในบ้านเหมือนกับการพ่นยาฆ่าแมลงสาบด้วยนะคะ ดังนั้นแล้วบ้านของใครที่ประสบปัญหาแมลงสาบอยู่ก็ลองนำสูตรกำจัดแมลงสาบไปใช้กันดูนะคะ ขอบคุณรูปประกอบจาก http://www.pesticideresearch.com/

เชื้อโรคในบ้าน

โรคในบ้านที่มองไม่เห็น

Your Home

ในแต่ละเดือน สาวๆทำความสะอาดบ้านกันกี่ครั้งคะ ? อาจจะมากบ้างน้อยบ้างแล้วแต่เวลาที่ตัวเองมี ซึ่งจริงๆแล้วการทำความสะอาดบ้านนั้นควรทำความสะอาดบ่อยๆ อย่างน้อยๆสัปดาห์ละครั้งเป็นใช้ได้ เพราะความเชื่อของคนป่วยที่ว่ามักจะได้รับเชื้อโรคจากนอกบ้าน จริงๆแล้วแหล่งสะสมเชื้อโรคร้ายนั้นอาจจะเป็นบ้านของ ตัวเองก็เป็นได้ ลองคิดดูว่าเวลาเรากลับจากนอกบ้าน ย่อมมีเชื้อโรคปะปนมากับรองเท้า เสื้อผ้า หรือแม้กระทั่งผิวหนังของเราเอง พอเราเริ่มไปนั่งตรงนั้น นอนตรงนี้ เอาของวางบนนั้น เชื้อโรคก็จะเริ่มไปสะสมอยู่ตามที่ต่างๆและเริ่มแพร่พันธุ์ เชื้อโรคในบ้านที่เราเห็นชัดที่สุดคงเป็นฝุ่นละอองต่างๆที่อยู่ตามซอกต่างๆซึ่งนี่แหละค่ะ แหล่งภูมิแพ้ชั้นเยี่ยมเลย เราลองไปดูกันค่ะว่ามีเชื้อโรคในบ้านบ้าง และเราควรไปกำจัดได้ที่ไหน ไปดูกันค่ะ 1. เชื้อรา ไรฝุ่น เชื้อโรคเหล่านี้มักซ่อนตัวอยู่ตามผ้าชิ้นหนาๆ ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคภูมิแพ้และโรคเกี่ยวกับ ระบบทางเดินหายใจต่างๆ รวมถึงหากมีเชื้อรามากๆเข้าอาจจะคันยุบยิบตามร่างกายได้ค่ะ แหล่งที่อยู่ของเชื้อโรคเหล่านี้อาจจะเป็นโซฟาบุนวม ผ้าห่ม เตียงหรือหมอนของเรานี่เอง ทางที่ดีควรนำเครื่องใช้เหล่า นี้ไปซักทำความสะอาดให้บ่อยๆ ตากแดดจัดๆ หากเป็นของชิ้นใหญ่อย่างโซฟานวมก็อาจจะหาผ้าคลุมขณะใช้หรือใช้เครื่อง ดูดฝุ่นดูเป็นระยะๆ เพื่อป้องกันเชื้อโรคในบ้านค่ะ 2. เชื้อแบคทีเรียและไวรัสตามรีโมตและข้าวของเครื่องใช้ หลายคนอาจมองข้ามการทำความสะอาด ข้าวของเครื่องใช้ชิ้นเล็กๆ อย่างรีโมตไปนะคะ รีโมตถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่มีการจับกันหลายมือมากๆ ทำให้เป็นอุปกรณ์ก่อเชื้อโรคในบ้านอันดับต้นๆ อ้างอิงจากผลวิจัยของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในสหรัฐฯ พบว่ารีโมตนี่เองที่มีเชื้อโรคอาศัยอยู่หนาแน่นที่สุด โดยเฉพาะเชื้อโรคอย่างโรคหวัด ดังนั้นทำอย่าลืมนำสำลีชุบแอลกอฮอล์ทำความสะอาดรีโมตต่างๆบ่อยๆค่ะ โดยเฉพาะบ้านที่มีแขกบ่อยๆ 3. เชื้อโรคจากแมลงสาบ เจ้าแมลงจอมอึดตัวนี้ไม่น่าเชื่อว่าจะมีเชื้อโรคที่มาพร้อมกับมันหลายตัวเลย ทีเดียวไม่ว่าจะเป็นเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้ท้องเสีย หนอนพยาธิที่อาศัยอยู่ในตัวแมลงสาบประมาณ […]

home

ดูแลบ้านรับหน้าร้อน

Your Home

สาวๆได้จัดเตรียมปัดกวาดเช็ดถูบ้านตัวเองก่อนจะเข้าสู่หน้าร้อนอย่างเป็นทางการแล้วหรือยังคะ โดยเฉพาะเรื่องของแมลงวันในบ้าน อย่างที่ทราบกันค่ะว่าแมลงวันนั้นเป็นพาหะนำเชื่้ออหิวาตโรคซึ่งเป็นอันตราย กับเราสุดๆ โดยเฉพาะช่วงหน้าร้อนนั้นโรคนี้ระบาดหนักสุดๆ ดังนั้น เราค่อยๆไปทำความรู้จักโรคอหิวาต์ กับการกำจัดแมลงวันในบ้านไปพร้อมๆกันเลยดีกว่าค่ะ สำหรับอหิวาตกโรคนั้น เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่งค่ะ แบคทีเรียชนิดนี้เนี่ยจะทำให้เราท่องร่วงอย่างรุนแรง ซึ่งสาเหตุก็เกิดจากทานอาหารสุกๆดิบๆในช่วงหน้าร้อนเพราะจะมีเชื้อชนิดนี้มากเป็นพิเศษ แต่ที่สำคัญและขอขีดเส้นใต้เอาไว้คือเราสามารถติดโรคผ่านแมลงวันได้ค่ะ เจ้าแมลงวันจะชอบไปตอมเศษอาหาร หรืออยู่ตามแหล่งขยะ หากเราปล่อยให้แมลงวันเข้ามาในบริเวณบ้านแมลงวันก็มีโอกาสที่จะเข้ามาสัมผัสอาหารของเรา ทำให้อาหารในบ้านเรานั้นมีเชื้อโรคต่างๆอยู่นั่นเองค่ะ เห็นมั้ยคะว่าสิ่งเล็กๆน้อยๆที่บางทีเราแอบมองข้ามไปก็กลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ส่งผลต่อสุขภาพของคนที่รักในบ้านได้เหมือนกัน งั้นเราไปดูกันค่ะว่าการป้องกันหรือการกำจัดแมลงวันไม่ให้มากวนมีวิธีใดบ้าง 1. กำจัดแหล่งขยะ เนื่องจากหน้าร้อนถือเป็นช่วงไฮซีซั่นของเหล่าแมลงวันและเชื้อโรค ดังนั้นการกำจัดแหล่งขยะให้สะอาดจะช่วย ป้องกันคนในบ้านจากความเสี่ยงต่อการเป็นโรคอหิวาต์ และโรคที่ ด้วยค่ะ ที่สำคัญควรมีการแยกขยะด้วย ขยะแห้งอาจจะทิ้งไว้นานหน่อยถึงจะนำไปกำจัด แต่ถ้าเป็นขยะเปียกหรือเศษอาหารควรนำออกไปทิ้งวันต่อวันเพื่อลดการหมัก หมมค่ะ 2. ใช้อาหารล่อ สูตรอาหารกำจัดแมลงวันนั้นทำได้ไม่ยาก แค่นำพริกไทยป่นคลุกน้ำตาลปี๊บให้เหลวและเหนียวเป็นแป้งเปียก นำไปทางที่กระดาษแล้วนำไปวางในที่มีแมลงวันเมื่อแมลงวันลงไปกินน้ำตาลนั้นมันจะตายทันที อเมซิ่งสุดๆ 3. เตรียมภาชนะป้องกันให้พร้อม อย่างแรเลยคือฝาชีควรจะเป็นอุปกรณ์ติดบ้านในทุกๆช่วงของปี เพราะจะช่วยกันไม่ให้แมลงวันเข้ามาตอม อาหารในระยะประชิด ได้ค่ะ นอกจากนั้นหากไม่ได้รับประทานเลยในทันนี ควรนำอาหารไปแข่ตู้เพื่อป้องกันอาหารเน่าเสียนะคะ นี่แหละค่ะ เทคนิคในการป้องกันและกำจัดแมลงวัน คราวสำหรับหน้าร้อนนี้ เพือหลีกเลียงการเป็รอหิวาตโรคจากเเมลงวัน ใครที่ยังไม่ได้ทำอะไรขอให้อย่าชะล่าใจ จะเริ่มเตรียการกำจัดแมลงวัน ณ บัดเดี่๋ยวนี้ เพื่อให้หน้าร้อนนี้กลายเป็นช่วงปลอดโรค และสุขภาพแข็งแรงกันโดยถ้วนหน้า ยังมีโรคอีกมากมายที่อันตราในช่วงหน้าร้อน […]

ภูมิแพ้กับสิ่งใกล้ต้ว

ภูมิแพ้กับสิ่งใกล้ตัว

Your Home

เป็นอีกโรคฮิตติดลมบนไปเรียบร้อยสำหรับโรคภูมิแพ้ บางคนอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาสุดๆกับการจามบ่อยๆ เวลาเจอฝุ่น หรือเริ่มมีน้ำมูกเวลาอากาศเปลี่ยน แต่จริงๆแล้วนั่นแค่เป็นอาการขั้นต้นเท่านั้น ภูมิแพ้บางประเภทอาจทำให้เสียชีวิตได้เลยทีเดียว เราค่อยๆไปทำความรู้จักโรคภูมิแพ้และวิธีรักษาภูมิแพ้กันดีกว่าค่ะ โรคภูมิแพ้นั้น พูดอย่างง่ายๆก็คือ โรคที่เกิดขึ้นจากการที่ร่างกายได้รับสารบางอย่าง และร่างกายผู้นั้นตอบสนองผิดไปจากคนทั่วไป ทำให้เกิดอาการตอบสนองต่างๆ เช่น จามบ่อย น้ำตาไหล หรือมีอาการหอบ เกิดขึ้น ซึ่งสาวๆหลายคนอาจคิดว่าภูมิแพ้นั้นมีอาการแพ้แค่ ไอ จาม น้ำมูกไหล ต้องขอบอกเลยค่ะว่าคิดผิด จริงๆแล้วมีอาการอื่นอีกที่แสดงออกว่าเราเป็นภูมิแพ้ มีอะไรบ้างไปดูกันเลย 1. ระบบทางเดินหายใจ อาการส่วนใหญ่คือ คัดจมูก จามบ่อย น้ำมูกไหล มีเสมหะ ไอ สาเหตุหลักเกิดจากไรฝุ่นภายในบ้าน หรือเกสรดอกไม้เป็นต้น 2. แพ้บริเวณผิวหนัง อาการจะเป็นผื่นแดง หรือมีลมพิษขึ้น สาเหตุเกิดจากอาหารและยาเป็นหลัก แต่สำหรับในเด็กเล็กอาจมีอาการแพ้นมวัว หรือไข่ได้ เช่นกัน 3. ระบบทางเดินอาหาร อาการก็คือจะท้องเสีย ท้องร่วง อาเจียน เกิดจากการทานอาหารที่มีเชื้อเเบคทีเรียเข้าไป 4. เกิดขึ้นในหลายระบบเเละรุนเเรง อาการเกิดได้ในทุกระบบทั้งอาเจียน หอบ ลมพิษ หรืออาจรุนแรงจนเสียชีวิต สาเหตุที่พบทั่วไป […]

ww

New Year Home Resolution 2014

Your Home

ปีใหม่มาถึงทั้งทีหลายคนคงจะมี New Year Resolution สำหรับสิ่งต่างๆ เอาไว้แล้ว นอกจากจะปรับเรื่องอื่นๆ อย่าง เสื้อผ้าหรือพฤติกรรม เรามี 5 New Year Resolutions สำหรับบ้านของคุณมาฝากกันค่ะ 1. เก็บให้เรียบ แน่นอนว่าสิ่งแรกที่จะทำให้บ้านสะอาดตาที่สุดก็คือการเก็บกวาดและทำความสะอาดบ้านทั้งหลังไม่ใช่แค่การเก็บขยะที่กองอยู่รวมกันไปทิ้ง แต่เป็นการจัดเก็บทุกอย่างให้เข้าที่เข้าทางด้วย แล้วคุณจะเห็นว่าหลังจากเหนื่อยมาทั้งวัน บ้านของคุณก็ดูน่าอยู่ขึ้นมาทันที 2. กำจัดกลิ่นไม่ถึงประสงค์ กลิ่นพิซซ่า กลิ่นปลาทอด หรือกลิ่นไม่พึงประสงค์ต่างๆ ควรกำจัดออกไปให้หมดเพื่อเพิ่มความรู้สึกสดใสและสะอาดให้กับบ้านของเรา โดยใช้สเปรย์กำจัดกลิ่นที่มีส่วนประสมของน้ำมันระหอมยูคาลิปตัสที่สามารถขจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้เป็นอย่างดี ให้ความหอมสดชื่นแก่บ้าน นอกจากนี้กลิ่นยูคาลิปตัสส่งผลต่ออารมณ์และจิตใจของเราคือช่วยทำให้อารมณ์เย็นขึ้น ช่วยให้เกิดสมาธิและส่งผลให้ร่างกายรู้สึกสบายขึ้น แถมสามารถใช้ไล่แมลง ยุง มด แมลงสาบขึ้นอีกด้วยค่ะ และที่สำคัญควรเลือกที่ปลอดภัยไม่ผสมสารเคมีและน้ำหอม อย่างเช่น สเปรย์ยูคาลิปตัส Woodward’s 3. เพิ่มมุมสีเขียวให้กับบ้าน หากคุณต้องการพื้นที่พักสายตาแล้วล่ะก็ มุมที่เขียวชะอุ่มไปด้วยต้นไมช่วยคุณได้ดีที่สุด ลองเริ่มต้นจากมุมเล็กๆ ของบ้านแล้วหากระถามงดอกไม้เล็กๆ เอามาปลูกแล้วลองจัดวางให้น่ารักตมสไตล์ที่ชอบดูค่ะ แล้วบางทีมุมนี้อาจจะกลายเป็นมุมโปรดของคุณไปโดยไม่รู้ตัว 4. ปรับบ้านให้ ECO พอพูดถึงเรื่อง Eco หลายๆ คนคงนึกถึงการติดแผงโซล่าร์เซลล์บนหลังคาหรืออะไรทำนองนี้ จริงๆ […]