ผลไม้ไดเอท

5 ผลไม้ไดเอ็ทขั้นเทพ

Your Shape

ช่วงนี้กระแสสุขภาพมาแรงเหลือเกิน เพื่อนๆที่ออฟฟิศหลายคนเริ่มไปสายออร์แกนิคและกินอาหารคลีนกันแล้ว สำหรับสาวๆ ที่กำลังเริ่มต้นศึกษาเมนูสุขภาพนั้น วันนี้ขอแอบแนะนำอะไรเล็กน้อยค่ะ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญสำหรับนักทานสายสุขภาพเลย นั่นก็คือผลไม้นั่นเอง ผลไม้นั้น จัดเป็นอาหารคลีนด้วยตัวของมันเอง ที่สำคัญยังมีวิตามีและเเร่ธาตุมากมายที่่ร่างกายชอบสุดๆ เนื่องจากช่วยในการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง โดยเฉพาะผลไม้บางอย่างนั้นมีสารต้านอนุมูลอิสระซึ่งช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งได้อีกด้วย แต่ถึงผลไม้จะเป็นของดีแค่ไหน แต่ถ้ากินกระหน่ำไม่มียั้งก็อ้วนได้เหมือนกันนะคะ ดังนั้น วันนี้เลยจะขอแนะนำผลไม้ที่เหมาะกับการไดเอ็ทซัก 5 ชนิดให้สาวๆ ไปเลือกสรรกินกันได้ตามใจชอบเลยค่ะ 1. แอปเปิ้ล ถือว่าเป็นผลไม้คู่บุญของสาวสุขภาพเลยก็ว่าได้ ด้วยความที่ทานง่ายและให้พลังงานน้อย เพียง 59 กิโลแคลอรี่ต่อลูก ไฟเบอร์ที่มหาศาลของแอปเปิ้ลจะทำให้เรารู้สึกอิ่มนาน ไม่ทานจุบจิบบ่อย และที่สำคัญสาร”เพคติน” ในแอปเปิ้ลจะช่วยเพิ่มกากใยในระบบขับถ่าย ป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ และช่วยกำจัดสารพิษในร่างกายได้ดีอีกด้วย 2. แก้วมังกร เป็นผลไม้ที่มักจะทานร่วมกับสลัด ด้วยรสชาติที่ไม่หวานมาก แคลอรี่ต่ำ แถมให้ไฟเบอร์สูง ที่สำคัญเป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์เย็น ทานเข้าไปแล้วจะสบายท้องสุดๆ ผิดกับทุเรียนหรือลำไยที่มีแป้งและน้ำตาลสูง ที่สำคัญคือแก้วมังกรเป็นผลไม้ที่ิวิตามินซีสูงมากทำให้ผิวพรรณดี เปล่งปลั่ง ดีขนาดนี้จะไม่ทานได้ยังไงจริงมั้ย? 3. ฝรั่ง สุดยอดผลไม้ที่ให้พลังงานต่ำ วิตามินซีสูงติดเพดาน ทานแล้วไม่อ้วนและร่างกายแข็งแรงอีก เหมาะสำหรับสาวๆ ที่ชอบกินจุบจิบเพราะฝรั่งใช้เวลาในการเคี้ยวนาน ทานแล้วปากไม่ว่างแน่นอน แต่อย่าเอาไปจิ้มกินกับพริกเกลือก็แล้วกัน กินแบบนั้นไม่ดีต่อสุขภาพนะคะ 4. […]

BMI สัดส่วนได้รูป ไม่อ้วน หุ่นเพรียว

อ้วนไม่อ้วน ดูยังไง

Your Shape

“มีคนบอกเราอ้วนอีกแล้ว แต่เราว่าเราไม่อ้วนนะ เราเเค่เจ้าเนื้อไปหน่อยดูสิแก” สาวๆคะ วันนี้เราจะมาดับฝันคนหลอกตัวเองว่าไม่อ้วนกันนะคะ ก็เเหมบางทีอาจจะมีอุ๊บอิ๊บบ้างว่าไม่อ้วน ทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจ วันนี้เราจะมานำเสนอสูตรการวัดว่าอ้วนหรือไม่อ้วน หรืออะไรยังไง เพื่อคราวนี้จะได้ไม่หลอกตัวเองว่า ฉันไม่อ้วน กว่าจะรู้ตัวอีกทีกางเกงตัวเก่าก็ใส่ไม่ได้ไปซะแล้ว วิธีการวัดว่าอ้วนหรือไม่อ้วนนั้นมี 3 วิธีด้วยกัน ดังนี้ค่ะ 1. การใช้ดัชนีมวลกายวัดอ้วน (BMI : Body Mass Index) วิธีนี้นิยมใช้บ่อย โดยวิธีการคำนวนมีดังนี้นะคะ ค่อยๆคิดตามนะ เริ่มจากเอาน้ำหนักมาตั้งก่อน แล้วหารด้วยส่วนสูงของเราปรับหน่วยเป็นเมตรก่อนแล้วยกกำลังสอง ตัวอย่างนะคะ สมมติว่า เราหนัก 50 กิโลกรัม สูง 160 เซนติเมตร ก็จะได้ประโยคสัญลักษณ์ดังนี้ 50/(1.6)2 = 18.87 คราวนี้พอได้เลขมาแล้วก็ต้องมาเทียบค่าโดยคนที่ปกติจะอยู่ที่ 18.5 – 22.9 ใครน้อยกว่านี้ก็ผอมไป ใครมากกว่านี้ก็จะถือว่าอ้วนนะคะ บอกเลย *สูตรนี้จะใช้ไม่ได้กับนักกล้ามนะคะ เพราะมวลกล้ามเนื้อที่มากก็จะทำให้ค่านั้นสูงเกินค่าปกติแต่เจ้าตัวนั้น ไม่ถือว่าอ้วนเพราะไปหนักกล้ามเนื้อนั่นเอง 2. การใช้สูตร รอบพุงอ้วนเท่ากับส่วนสูงหารสอง โดยเริ่มวัดจากรอบพุงรอบสะดือของเราว่าได้เท่าไหร่ สมมติว่ามีรอบพุงอยู่ที่ […]

น้ำมันพืช ไม่อ้วนจริงหรือ

น้ำมันพืชไม่อ้วนจริงหรือ?

Your Shape

น้ำมันพืชไม่อ้วนจริงหรือ? สาวๆที่ชอบทำอาหารและไปเดินเลือกซื้อของที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตบ่อยๆ น่าจะเห็นว่าน้ำมันพืชที่เราใช้ในครัวนั้น มีอยู่หลายประเภททีเดียว คนส่วนใหญ่นั้นจะซื้อน้ำมันถั่วเหลืองเป็นหลักด้วยราคาและปริมาณซึ่งสาวๆที่รักสุขภาพทั้งหลายควรรู้จักและศึกษาไว้ค่ะ เพราะน้ำมันแต่ละชนิดนั้นแฝงไปด้วยคุณประโยชน์มากมายต่อสุขภาพในมิติที่แตกต่างกันออกไป แถมน้ำมันบางประเภทใช้อย่างผิดวิธีก็ทำให้เกิดโรคตามมาได้เช่นกัน วันนี้มาเคลียร์ข้อสงสัยกันค่ะว่าน้ำมันเมล็ดดอกทานตะวัน น้ำมันรำข้าว น้ำมันมะกอก มันต่างจากน้ำมันเบนซิน ดีเซล เย้ย! ไม่ใช่ ต่างจากน้ำมันถั่วเหลืองที่เราใช้เป็นประจำอย่างไร ต้องบอกให้ทราบก่อนว่าน้ำมันที่ผลิตมาจากพืชต่างชนิดกันนั้นมีโครงสร้างทางเคมีที่ต่างกัน ทำให้เวลานำมาปรุงอาหารประเภทต่างๆนั้น ไม่ใช่ว่าเห็นเป็นน้ำมันก็สามารถนำมาใช้ทอดอาหารหรือให้ความร้อน เหมือนกันได้ทั้งหมดนะคะ เพราะน้ำมันบางชนิดหากโดนความร้อนก็จะทำให้เกิดสารก่อมะเร็งได้โดยที่เราไม่รู้ ตัวเลยทีเดียว น้ำมันประเภทที่ 1 : น้ำมันมะกอก เนื่องจากน้ำมันมะกอกมีกรดไขมันอิ่มตัวเชิงเดี่ยวมากที่สุดในบรรดาน้ำมันทั้งหมด ซึ่งกรดไขมันตัวนี้จะช่วยในเรื่องของการลดคลอเรสเตอรอลได้ดี ที่สำคัญยังมีวิตามินเอ และเบต้าเเคโรทีนสูง ช่วยในเรื่องของผิวพรรณและสายตาได้เป็นอย่างดี แต่น้ำมันมะกอกนั้นไม่ควรจะนำไปถูกความร้อนเป็น เวลานานเพราะจะทำให้เกิดสารอนุมูลอิสระ ที่ไปกระตุ้นเซลล์มะเร็งได้ ปกติน้ำมันมะกอกจะใช้ทานกับสลัด หรือการผัดที่ใส่ลงไปเล็กน้อยเพื่อไม่ให้ติดกระทะ น้ำมันประเภทที่ 2: น้ำมันปาล์มโอเลอิน น้ำมันชนิดนี้จะใช้สำหรับการทอดเป็นระยะเวลานานๆได้ เพราะมีความคงตัวแม้โดนความร้อนสูงก็ตาม แต่ก็ไม่ควรทานมากค่ะเพราะขึ้นชื่อว่าน้ำมันและของทอดนั้นจะทำให้อ้วนแน่ๆ ในขณะเดียวกันน้ำมันปาล์มก็มีวิตามิน E สูง ช่วยในเรื่องของผิวพรรณได้ค่ะ น้ำมันประเภทที่ 3 : น้ำมันรำข้าว ปัจจุบันมีการใช้น้ำมันรำข้าวมาปรุงอาหารและรับประทานเยอะขึ้น หลังจากที่ได้มีการพบสารโอรีซานอลซึ่ง เป็นสารที่ช่วยลดคลอเลสเตอรอลของผู้บริโภคได้ซึ่งสารนี้พบแต่ในน้ำมันประเภทนี้เท่านั้น นอกจากนี้น้ำมันรำข้าวยังมีราคาที่ถูกกว่าน้ำมันมะกอกด้วย แต่ข้อจำกัดก็คือน้ำมันรำข้าวไม่เหมาะกับการทอดอาหารนั่นเอง นี่คือน้ำมันหลักๆในท้องตลาดที่เชฟสาวๆอย่างเราควรรู้จักและศึกษาไว้จะได้สามารถเลือกได้น้ำมันมาปรุงอาหาร […]

ท่าออกกำลังกายลดเหนียงแขน

ท่าออกกำลังกายลดเหนียงแขน

Your Shape

ท่าออกกำลังกายลดเหนียงแขน “แขนใหญ่จัง ถ่ายใหม่อีกรูป” แม้จะเกรงใจตากล้อง แต่ถ้าถ่ายรูปออกมาแล้วแขนใหญ่ยังไงก็ต้องถ่ายใหม่ แหม..ก็ใครจะยอมให้ความใหญ่ของแขนมาทำลายความสวยของเราได้ ขอใหม่อีกรูป ขอแอบบิดแขนเข้าไปซ่อนให้ดูเล็กนิดนึง แต่จะดีกว่ามั้ยถ้าเราอยากโพสต์ท่าแบบไหนก็ได้โดยที่ไม่ต้องกังวลว่าแขนจะใหญ่รึเปล่า ? ไม่ต้องกังวลอีกต่อไปแล้วค่ะ เพราะวันนี้มีเรามีวิธีการลดท้องแขนมาฝากกันค่ะ ไขมันตรงท้องแขนนี่เป็นอีกส่วนที่ลดยากเหมือนกัน เเต่อยู่ดีๆก็โผล่ขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยซะอย่างงั้น ทางแก้ที่ดีที่สุดนั้นคือการเล่นเวทให้ท้องแขนกระชับค่ะ ทีนี้ไขมันส่วนที่ย้อยๆนิ่มก็จะกลายเป็นกล้ามที่สุดเฟิร์มแล้วล่ะค่ะ ก่อนที่เราจะไปในส่วนที่ว่าควรเล่นเวทท่าไหน เราต้องเตรียมดัมเบลล์ก่อนค่ะ ความหนักไม่ต้องหนักมากเพราะเราเน้นปริมาณ ถ้าไม่มีใช้ขวดน้ำ 7 บาทแทนก็ได้ จริงๆนะไม่ได้โม้ ! เมื่ออุปกรณ์พร้อมก็ไปดูกันทีละท่าเลยค่ะ ท่าออกกำลังกายลดเหนียงแขนที่ 1 ยืนกางขาให้พอดีกับหัวไหล่ 2 ข้าง แล้วถือดัมเบลล์  แบบหงายมือวางแนบทิ้งกับลำตัว จากนั้นเกร็งแขน ยกดัมเบลล์ ในท่าพับข้อศอกขึ้นมาชิดหัวไหล่ ค่อยๆทำช้าๆ ขึ้นลง สลับซ้ายขวา ข้างละ 20 ครั้ง หรือจะแบ่งเป็นเซ็ตย่อยๆ เซ็ตละ 11-13 ครั้ง 2-3 เซ็ตก็ได้นะคะ ถ้าเริ่มฟิตแล้วก็เพิ่มปริมาณได้เลยค่ะ ท่าออกกำลังกายลดเหนียงแขนที่ 2 ยืนกางขาพอดีกับหัวไหล่ ในมือถือดัมเบลล์ทั้งมือซ้ายและมือขวาอย่างละอัน โดยถือแบบคว่ำมือวางชิดกับลำตัว จากนั้นให้เกร็งแขนแล้วใช้หัวไหล่ยกดัมเบลล์ขึ้นมาโดยไม่งอแขน ยกขึ้นมาให้ขนานกับพื้นในระดับที่เสมอกับหัวไหล่ […]

เครื่องดื่มที่ทำให้อ้วนได้โดยไม่รู้ตัว

เครื่องดื่มที่ทำให้อ้วนได้โดยไม่รู้ตัว

Your Shape

  เครื่องดื่มที่ทำให้อ้วนได้โดยไม่รู้ตัว มีผลการวิจัยระดับนานาชาติที่บอกว่าคนเรานั้นได้รับน้ำตาลต่อวันสูงมาก โดยเพราะคนไทยนี่หล่ะค่ะ ที่ปกติแล้วองค์การอนามัยโลกกำหนดให้ปริมาณการกินน้ำตาลต่อวันนั้นอยู่ที่ประมาณ 6 ช้อนชาต่อวัน แต่กระทรวงสาธารณสุขของพี่ไทยประกาศไปว่าคนไทยกินอยู่ที่ประมาณ 20 ช้อนชาต่อวัน นั่นหมายถึงโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงและโรคอ้วนที่กำลังจะตามมาในไม่ช้า น้ำตาลที่เรากินเข้าไปนั้นจะถูกแปลงเป็นพลังงาน และหากไม่ได้รับการใช้ให้หมดก็จะไปสะสมตามกล้ามเนื้อต่างๆจนอ้วนได้ในที่สุด ซึ่งจะบอกให้ว่าน้ำตาลที่เรากินๆกันเกินเนี่ย มักจะมาจากน้ำตาลนอกมื้ออาหาร เพราะโดยปกติน้ำตาลนั้นถูกใส่มาในอาหารอยู่แล้ว ดังนั้นถ้าเรายิ่งกินน้ำหวาน หรือของหวานเพิ่มเข้าไปอีก ก็ไม่แปลกที่เราจะอ้วนขึ้น คราวนี้ไปดูกันดีกว่าค่ะว่ามีเครื่องดื่มหวานๆอะไรบ้างที่ทำให้เราอ้วน !! 1. น้ำอัดลม ใครที่ต้องกินน้ำอัดลมคู่กับมื้ออาหารอาจจะต้องคิดหนักค่ะ เพราะน้ำอัดลมกระป๋องนึงจะให้พลังงานอยู่ที่ ประมาณ 110-120 กิโลแคลอรี่ซึ่งมาจากน้ำตาลล้วนๆ เพราะในน้ำอัดลม 1 กระป๋องจะเทียบเท่าได้กับน้ำตาลประมาณ 8 ช้อนชา โอวขุ่นพระมันช่างเยอะจริงๆ ดังนั้นทานข้าวกับน้ำเปล่าดีที่สุดค่ะ ! 2. ชานม ชานมไข่มุก เป็นเครื่องดื่มท๊อปฮิตที่หาซื้อได้ง่ายพอๆกับน้ำเปล่า แต่สำหรับชานม 1 แก้วนั้นมีแคลอรี่อยู่ถึงประมาณ  220- 300 กิโลแคลอรี่ ซึ่งลำพังแค่เม็ดไข่มุกก็มีพลังงานซ่อนอยู่ประมาณ 6 กิโลแคลอรี่ต่อลูก ซึ่งถ้ากินเพลินๆ ไปซัก 10 ลูก ก็จะมีได้พลังงานประมาณ […]

ออกกำลังกายแบบพิลาทิส

ออกกำลังกายแบบพิลาทิสกันเถอะ

Your Shape

ออกกำลังกายแบบพิลาทิส สวัสดีค่ะสาวๆ ก่อนหน้านี้เราเคยแนะนำการออกกำลังกายไปหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นคาร์ดิโอ สคว๊าท หรือการออกกำลังกายเพื่อลดส่วนต่างๆ ของร่างกาย คิดว่าจะหมดมุกแล้วใช่มั้ยล่ะคะ บอกเลยว่ายังไม่หมดค่ะ เราจะฟิตให้สุด จนหนุ่มๆต้องยอมศิโรราบ วันนี้เลยจะขอเสนอเรื่องราวของการออกกำลังกายแบบพิลาทิสให้ได้รู้จักกันค่ะ การออกกำลังกายแบบพิลาทิส (Pilates) นั้นเพิ่งจะมาคุ้นหูในช่วงหลังๆนี่เอง ตั้งแต่มีดาราเซเล็บหลายคนนิยมไปออกกำลังกายประเภทนี้ ซึ่งการออกกำลังกายแบบพิลาสทิสนั้นเป็นการออกกำลังกายที่ จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับโครงสร้างภายในร่างกาย ช่วยให้กล้ามเนื้อสมบูรณ์และแข็งแรง และช่วยป้องกันอาการบาดเจ็บจากกิจกรรมต่างๆได้ด้วยค่ะ โดยการออกกำลังกายแบบพิลาทิสนั้นจะเน้นการประสานกันระหว่างร่างกาย จิตใจและวิญญาน เพราะเวลาออกกำลังจะต้องกำหนดลมหายใจให้ถูกต้องเพื่อการควบคุมร่างกายที่สมบูรณ์แบบ สิ่งที่เราจะได้นอกเหนือจากกล้ามเนื้อที่แข็งแรง ยืดหยุ่น สลายไขมันแล้ว ยังได้สมาธิเพิ่มด้วยค่ะ การเล่นพิลาทิสนั้นถือเป็นการออกกำลังกายที่ช่วยในเรื่องของการบริหารกระดูกสันหลังซึ่งจะช่วยพัฒนาบุคลิกภาพไปด้วย ในตัว การออกกำลังกายแบบพิลาทิสในปัจจุบันนั้นมีการใช้อุปกรณ์เสริมมาช่วยด้วย ซึ่งจะช่วยปรับพื้นฐานให้กับสาวๆที่เพิ่งเริ่มเล่นได้ค่ะ โดยเจ้าอุปกรณ์ตัวนี้เรียกว่า “รีฟอร์มเมอร์” ประกอบไปด้วยสปริง ลูกรอก สายรัดที่ทำจากหนัง และเลื่อนติดล้อ โดยเครื่องนี้สามารถออกแบบท่าออกกำลังกายต่างๆของพิลาทิสได้มากกว่า 100 ท่า ซึ่งถ้าเราจะเริ่มฝึกเนี่ยกล้ามเนื้อส่วนแรกที่จะได้บริหารก่อนเพื่อนเลยคือหน้าท้องนั่นเองค่ะ สาวๆคนไหนที่แอบๆมีพุง ถ้าได้เล่นพิลาทิสล่ะก็รับรองหน้าท้องจะเซี๊ยะขึ้นเยอะทีเดียว ตอนนี้ฟิตเนสหลายๆ ที่ก็เริ่มมีคลาสพิลาทิสกันแล้วนะคะ ยังไงก็ไปลองเล่นกันดูได้ และถ้ายังไม่เชื่อว่าพิลาทิสดีขนาดไหนให้ลองดูดาราอย่างไมลีย์ ไซรัส หรือถ้าบ้านเราก็จะมีเจนี่-เทียนโพธิ์สุวรรณ และโอปอล์-ปาณิสราที่เล่นพิลาทิสเป็นประจำ แค่นี้ก็น่าจะเห็นภาพแล้วนะคะว่าฟิตจริงหรือไม่ฟิต !     ขอบคุณรูปภาพจาก http://cdn.lightgalleries.net/4f1ec8212374d/images/Pilates_y_Yoga_0009-2.jpg